โรคเท้าช้าง




อาการ

 โรคเท้าช้าง อาการระยะเริ่มต้นจะสังเกตได้จากอาการมีไข้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของต่อมและท่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรืออัณฑะ อันเป็นผลจากพยาธิตัวแก่ที่อยู่ในท่อน้ำเหลืองสร้างความระคายเคืองแก่เนื้อเยื่อภายใน รวมทั้งพยาธิตัวแก่เหล่านี้อาจมีการปล่อยสารพิษออกมาด้วย
  ทั้งนี้หากมีอาการเรื้อรัง มีการบวมของต่อมน้ำเหลือง จะพบว่าเริ่มแรก กดผิวหนังแล้วบุ๋มลงไป แต่ต่อมาอวัยวะที่เกิดโรคจะเริ่มบวมมากขึ้น กดแล้วไม่บุ๋ม และในที่สุดเกิดเป็นภาวะเท้าช้าง (elephantiasis) หรือเกิดภาวะพิการถาวรได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายหลังจากติดเชื้อพยาธิไปแล้วประมาณ 5-10 ปี โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Brugia malayi จะมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ ขาโต หรือมีอาการบวมโตตั้งแต่ใต้เข่าลงไป และบางครั้งก็จะพบอาการบวมที่แขนตั้งแต่ใต้ข้อศอกลงไป
  ในขณะที่ผู้ติดเชื้อ Wuchereria bancrofti จะเกิดพยาธิสภาพที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้ โดยถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะพบอาการบวมของปากช่องคลอด (vulva) และที่หน้าอก ส่วนในผู้ชายจะพบว่ามีการคั่งของน้ำเหลืองในอัณฑะ (hydrocele) และปัสสาวะเป็นสีขุ่นขาวเหมือนน้ำนม (chyluria) แต่บางรายอาจพบการบวมที่แขน ขาได้ ซึ่งจะเป็นการบวมตลอดทั้งแขนหรือขา

การติดต่อ

 โรคเท้าช้างแพร่เชื้อโดยยุงที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยสามารถจำแนกได้ดังนี้
    - พยาธิฟิลาเรียชนิด Wuchereria bancroft มียุงลายชนิด Aedes desmotes, Ae. harinasutai, Ae. annandalei, Ae. imitator และยุงลายเสือชนิด Mansonia dives เป็นพาหะ
    - พยาธิฟิลาเรียชนิด Brugia malayi มียุงลายเสือชนิด Mansonia uniformis, M. indiana, M. bonneae, M. annulata และ Coquilletidia crassipes เป็นพาหะ
  อย่างไรก็ตาม ยังพบได้อีกว่า ยุงรำคาญที่พบมากทั้งในเขตเมืองและกึ่งเมือง ยุงก้นปล่องในเขตชนบท และยุงลายในพื้นที่แพร่โรคในหมู่เกาะในแปซิฟิก อาจเป็นพาหะของโรคเท้าช้างได้ด้วย

กลุ่มเสี่ยง

 เด็กและผู้ที่อายุ 30ปีขึ้นไป หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อโรคเป็นระยะเวลานาน

พฤติกรรมเสี่ยง


 1.ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานอยู่ในแหล่งชุกชุมโรคเท้าช้างมานาน 1-2 ปี
 2.ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับแหล่งเพาะพันธุ์ยุงพาหะของโรคเท้าช้าง
 3.มีพฤติกรรมหรืออาชีพเสี่ยงต่อการถูกยุงกัด เช่น ทำงานในพรุ หาของป่า ไม่สวมเสื้อผ้าให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงกัด นอนไม่กางมุ้ง

การป้องกัน

 การป้องกันและควบคุมโรคเท้าช้าง สามารถทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้
  ป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด เช่น
    - นอนในมุ้ง หรือห้องมุ้งลวด
    - ทายากันยุง
  ควบคุมและกำจัดยุงพาหะ เช่น
   - พ่นสารเคมีกำจัดยุงตามฝาผนังบ้าน
    - กำจัดลูกน้ำตามแหล่งต่าง ๆ
    - กำจัดวัชพืชและพืชน้ำที่เป็นแหล่งเกาะอาศัยของลูกน้ำในแหล่งน้ำ
   - ประชาชนที่อยู่ในแหล่งระบาดของโรคเท้าช้าง อาจกินยาป้องกัน ได้แก่ Diethylcarbamazine (DEC) โดยสามารถติดต่อขอรับยาได้ที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณะสุขทั่วประเทศ



ที่มารูปภาพ : https://www.pobpad.com
ที่มาวีดีโอ : https://www.youtube.com/watch?v=7XRZY9PM35g